วิสัยทัศน์ กรมวิชาการเกษตร : "เป็นองค์กรนำด้านการวิจัยและพัฒนาพืช เครื่องจักรกลการเกษตร และเป็นศูนย์บริการตรวจสอบ รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ในระดับสากล โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม " วิสัยทัศน์ สวพ.8 : "เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มุ่งสู่ความเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนา แก้ปัญหาการผลิตพืชในพื้นที่ เกิดความอยู่ดีมีสุขของชุมชน และสร้างผลการพัฒนาที่ยั่งยืน" .
 
 
.
 
    
  สวพ.8 แนะนำให้ความรู้เพื่อสนับสนุนชุมชน ในการทำโครงการปุ๋ยหมัก 9101

นายโสพล ทองรักทอง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ชุมชนทำโครงการ 9101 นั้นทราบว่าหลายชุมชนมีการจัดทำโครงการผลิตปุ๋ยหมัก ซึ่งปุ๋ยหมักจัดเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามพระราชบัญญัติปุ๋ยพ.ศ. 2550 ทีเขียนไว้ว่า "ปุ๋ยอินทรีย์” หมายความว่า ปุ๋ยที่ได้หรือทำมาจากวัสดุอินทรีย์ ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีทำให้ชื้น สับ หมัก บด ร่อน สกัด หรือด้วยวิธีการอื่น และวัสดุอินทรีย์ถูกย่อยสลายสมบูรณ์ด้วยจุลินทรีย์แต่ไม่ใช่ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพ

แต่ถ้าหากชุมชนต้องการผลิตเพื่อการค้า หรือขาย ปุ๋ยอินทรีย์ ชุมชนต้องขออนุญาตจากกรมวิชาการเกษตรเสียก่อน เนื่องจาก พ.ร.บ. ได้กำหนดไว้ว่าการฝ่าฝืนพรบ.ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไม่ขออนุญาติผลิตเพื่อการค้า หรือไม่ขออนุญาตขาย หรือผลิตปุ๋ยไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการทำภาชนะบรรจุ จะมีโทษตามที่พรบ.กำหนด ผู้เชี่ยวชาญ สวพ.8 กล่าว กลุ่มเกษตรกร ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ได้เชิญเป็นที่ปรึกษาการจัดทำโครงการ 9101 ซึ่งชุมชนต้องการผลิตปุ๋ยหมักถือว่าเป็นการด ีเพราะนอกจากจะมีการจ้างแรงงานแล้ว ยังได้ปุ๋ยไปบำรุงดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ ์และช่วยให้พืชที่ปลูกเจริญเติบโตดีกว่าเดิม เมื่อมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีในระดับที่เหมาะสม และแนะนำว่า ในโครงการ 9101 สำหรับชุมชนที่ยังไม่เคยดำเนินการผลิตปุ๋ยเพื่อการค้า ให้ทำการผลิตปุ๋ยหมักเพื่อการแจกจ่ายให้แก่สมาชิกกลุ่มจะเหมาะสมกว่า ซึ่งจะไม่อยู่ในขอบข่ายการบังคับตาม พรบ.ปุ๋ย และจะสามารถทำเนินการได้ทันกรอบเวลาที่โครงการกำหนด

หากชุมชนใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา หรือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแต่นะจังหวัดที่ใกล้บ้าน หรือหน่วยงานกรมวิชาการเกษตรในภูมิภาค

 
    
สวพ.8 เปิดศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฏีใหม่ เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน

    นายอนันต์ อักษรศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตร ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฏีใหม่ ขึ้น17แห่งทั่วประเทศ โดยในภาคใต้ตอนล่างมีอยู่2แห่งที่จังหวัดพัทลุงและปัตตานี ซึ่งจะเป็นแปลงต้นแบบการผลิตพืชในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ เกษตรกรมักปลูกพืชผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์ และการทำการประมง เป็นต้น ศูนย์แห่งนี้จะถ่ายทอดเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามศักยภาพของของพื้นที่นั้นๆ อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิผล

     นายธนวัฒน์ เสนเผือก ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง กล่าวเสริมว่า ศูนย์เรียนรู้ฯ พัทลุง มีพื้นที่ดำเนินการ 35 ไร่ เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งบริการข้อมูลทางวิชาการด้านพืช โดยการนำเอาเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ทั้งด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิตพืชผสมผสาน การผลิตไม้ผล และพืชสมุนไพร เครื่องจักรกลการเกษตรจัดดำเนินการในรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการปลูกข้าวเฉี้ยงพัทลุง พื้นที่ 10 ไร่ พืชไร่และพืชสวน พื้นที่ 16 ไร่ โดยปลูกพืชแบบผสมผสานตามแนวคิด 9 พืชผสมผสาน ปลูกพืชผักหมุนเวียน แหล่งน้ำพื้นที่ 9 ไร่ มีการปลูกบัวฉัตร บัวสาย กระจูด และ กระจับ พื้นที่บนคันบ่อปลูกตะไคร้ กล้วย พืชผักผสมผสาน ในแหล่งน้ำเลี้ยงปลาดุก และ ปลาตะเพียน ซึ่งเหมาะสำหรับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่นาเป็นพืชหลัก

     ด้านนายฉัตรชัย กิตติไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปัตตานี กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริ " ทฤษฎีใหม่ ”ปัตตานี เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งบริการข้อมูลทางวิชาการด้านพืช โดยการนำเอาเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ทั้งด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิตพืชผสมผสาน การผลิตไม้ผล และพืชสมุนไพร เครื่องจักรกลการเกษตรจัดดำเนินการในรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเหมาะสมกับเขตภาคใต้ล่าง ศูนย์เรียนรู้ฯ ปัตตานี พื้นที่ดำเนินการ 13 ไร่ มีการปลูกข้าวเหนียวแดง พื้นที่ 2 ไร่ พืชไร่และพืชสวน พื้นที่ 9 ไร่ ได้แก่ อ้อย ข้าวโพดหวาน ถั่วหรั่ง มันขี้หนู มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ มะพร้าว กล้วย และ พืชผัก แหล่งน้ำพื้นที่ 1 ไร่ มีการปลูกผักบุ้ง และ ผักกระเฉด พื้นที่บนคันบ่อปลูกกล้วย มะพร้าวน้ำหอม พืชผักผสมผสาน ในแหล่งน้ำเลี้ยงปลาดุก และ ปลาสวาย มีที่พักอาศัยพื้นที่ 1 ไร่ รอบบริเวณบ้านพักปลูกพืชผักผสมผสานและมีโรงเรือนเพาะเห็ด จำนวน 1 โรง

     อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 ศูนย์เรียนรู้ฯ นี้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน ที่สามารถเข้าไปศึกษาถึงกระบวนการเพื่อเสริมสร้างความร ู้และเพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ซึ่งถือว่างานด้านการเกษตรเป็นพื้นฐานของประเทศไทยนอกจากนั้น จะสามารถทำให้การเกษตรอยู่คู่กับประเทศไทยได้อย่าง มั่นคง ยั่งยืน ตลอดไป
 
    
    
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ขอแสดงความยินดีกับ นายนัน ชูเอียด อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เกษตรกรดีเด่นสาขาเกษตรดีทีเหมาะสม (GAP) ภาคใต้ตอนล่าง. พืช สละ ได้รับมอบรางวัล ผลงานวิจัยดีเด่น กรมวิชาการเกษตรจาก นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ งานประชุมวิชาการประจำปี 2560 "วิจัยเกษตรเด่น เน้นนวัตกรรม นำสู่ประเทศไทย 4.0" ระหว่างวันที่ 29 - 31 พฤษภาคม 2560

ประวัติ : นายนัน ชูเอียด อายุ 57 ปี
ที่อยู่ : 150 หมู่ที่ 9 ตำบล หนองธง อำเภอ ป่าบอน จังหวัดพัทลุง
การศึกษา : ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดนาโอ่ อ.เมือง จ.พัทลุง และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กศน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง 
เบอร์โทรศัพท์ : 087-8377042
สถานภาพ : สมรสกับ นางประภา ชูเอียด มีบุตร - ธิดา 3 คน
ประวัติการประกอบอาชีพ : เริ่มทำสวนยางพารา ต่อมาในปี2537 เปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารามาปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ปี2542 ได้ศึกษาดูงานสวนสละ นายอาทิตย์ มติธรรม เกษตรกร จ.สุราษฏร์ธานี ซึ่งปลูกสละ พันธุ์เนินวง จึงเป็นจุดเริ่มต้น การนำสละพันธุ์เนินวงมาปลูกแซมในสวนทุเรียน จำนวน 35 ต้น โดยมีแนวคิดว่าสละเป็นพืชที่ให้ผลผลิตตลอดปี มีรายได้ตลอดปี สามารถกำหนดราคาได้เอง และเป็นพืชที่สามารถปลูกร่วมกับพืชอื่นได้ สร้างมูลค่าเพิ่มได้โดยการแปรรูปผลผลิตเป็นสละลอยแก้ว ต่อมาปี2556 ได้เปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารามาปลูกสละพันธุ์สุมาลี เพิ่มพื้นที่ 3 ไร่ จำนวน 135 ต้น ปี2558 ผลผลิตสละพันธุ์สุมาลี จำนวน 300 กก. เป็นเงิน 21000 บาท ปี2559 จำนวน 5,000 กก. เป็นเงิน 350,000 บาท ปัจจุบันมีการปลูกสละทดแทนพื้นที่ปลูกยางพาราที่ทีราคาตกต่ำ

นายนัน ชูเอียด ยึดหลัก "เปลี่ยนแนวคิดชีวิตจะเปลี่ยน"จึงมีแนวคิดว่า จะทำการเกษตรให้ได้มาตรฐานต้องเข้าร่วมโครงการความปลอดภัยอาหารด้านพืช ทำให้นายนัน ชูเอียด ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP โดยนำใบรับรองเข้าร่วมกลุ่ม OTOP และใช้ใบรับรองเป็นโลโก้ทางการค้า
.
  
  
  เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๘ โดยข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการและลูกจ้าง ร่วม "พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙" วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ agri shop สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๘  
 
   
   
  สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ได้รับรางวัลเกียรติยศประจำปี 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลงานบริการภาครัฐดีเด่น และรางวัลผลงานโครงการพระราชดำริดีเด่น ในงาน ประชุมสัมมนา year end conference ประจำปี 2560 ผลงานดังกล่าว มาจากการดำเนินงานพัฒนาการเกษตรในพื้นทีภาคใต้ตอนล่าง เรื่องการสกัดเส้นใยจากต้นดาหลาและการพัฒนาการผลิตเห็ด  
 
   
 
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จัดประชุม คณะทำงานบูรณาการโครงการส่งเสริมอาชีพ ด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 1/2561 โดย นายโสพล ทองรักทอง ผอ.สวพ.8 เป็นประธาน และนายวราวุธ ชูธรรมธัช ผอ.กองแผนงานและวิชาการ กรมวิชาการเกษตร ชี้แจงแนวทางการทำงาน ,ผู้แทน กปร.กรมวิชาการเกษตร ร่วมให้ข้อมูล โดยมี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ของสวพ.8 และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสวพ.8 จ.สงขลา   
 
 
  
   
  
  เมื่อวันที่7 กรกฎาคม 2560 ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน" เกษตรตามศาสตร์พระราชา..สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ นโยบายA4 และ GAP เทคโนโลยีเพื่อการลดสารเคมีทางการเกษตร พันธุ์พืชที่มีชื่อของสงขลา การสนองพระราชดำริฯ คนในโครงการความมั่นคงทางอาหาร และการประกวดผลผลิตทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP ณ ฐาน 7 หมู่7 ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยมีนายโสพล ทองรักทอง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กล่าวรายงานและนำชมนิทรรศการ การจัดงานครั้งนี้เพื่อเผยแพร่ผลการพัฒนาการเกษตรในชุมชนต้นแบบ ที่ได้นำศาสตร์พระราชามาพัฒนาแบบมีส่วนร่วมให้เกษตรกรและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ศึกษาเป็นตัวอย่าง รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และสร้างการรับรู้และเผยแพร่นโยบายในการพัฒนาการเกษตรของรัฐบาล ในโอกาสนี้ได้เยี่ยมชมดูงานแปลงต้นแบบ12 ฐานเรียนรู้ในพื้นที่ของเกษตรกร  
 
        
       
  เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จัดการประชุม คณะทำงานบูรณาการโครงการส่งเสริมอาชีพ ด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะอนุกรรมการการบริหารงานโครงการพิเศษ ในพื้นที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา โดยมี นายอุทัย นพคุณวงศ์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้เกียรติมาเป็นประธาน มี เจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กองแผนงาน กรมวิชาการเกษตร ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สวพ.8 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในสังกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมการ์เด้น วิว เบตง อ.เบตง จ.ยะลา  
 
   
   
   
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 นายอุทัย นพคุณวงศ์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตรวจเยี่ยม โครงการไม้ดอกเมืองหนาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยมี เจ้าหน้าที่ ศวพ.ยะลา สวพ.8 และผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อทดสอบและพัฒนาการปลูกไม้ดอกเมืองหนาว, เพื่อสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพของเกษตรกร, เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรเป้าหมายของโครงการไม้ดอกเมืองหนาว : เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านวิชาการและเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกและไม้ผลเมืองหนาว, เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยโครงการดังกล่าว อยู่ในความดูแลของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา จังหวัดยะลา ณ พื้นที่หมู่บ้านปิยะมิตร 2 อำเภอเบตง จังหวัดยะลา  
 
   
   
เมื่อวันที่ 21 พฤษาคม 2560 คณะผู้บริหาร สวพ.8 นำโดย นายโสพล ทองรักทอง ผอ.สวพ.8 และคณะเจ้าหน้า ศวพ.ปัตตานี นำโดย นายฉัตรชัย กิตติไพศาล ผอ.ศวพ.ปัตตานี ให้การต้อนรับท่านรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายอุทัย นพคุณวงศ ์และนำเยี่ยมชมการดำเนินงานในศูนย์วิจัย ประกอบด้วยแปลงต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงกล้วยหิน มะพร้าวกะทิ ส้มโอปูโก ปาล์มน้ำมัน โรงปุ๋ยหมักเติมอากาศ เป็นต้น พร้อมบรรยายสรุปการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลการนี้ ท่านรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ให้นโยบาย โดยนำความห่วงใยและกำลังใจจากท่านอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มาถึงเจ้าหน้าที่ทุกท่านให้ร่วมกันทำงานตามภารกิจรัฐบาลให้สำเร็จเป้าหมาย และพัฒนางานวิชาการ เช่น การนำเห็ดสายพันธุ์ดีของกรมมาขยายผล พัฒนาเทคนิคการเพาะเห็ดเพื่อผลผลิต การวิจัยส้มโอGI การสร้างมูลค่าเพิ่มปุ๋ยหมักเป็นวัสดุเพาะกล้า การขยายพันธุ์มะพร้าวพันธุ์ดีโดยนำเกษรตัวผู้ไปผสมกับต้นแม่พันธุ์ดีในแปลงเกษตรกร การทำงานเชิงวิชาการในโครงการพิเศษที่ควรมีการศึกษาเก็บข้อมูลเปรียบเทียบ และการไปศึกษาดูงานศูนย์วิจัยพืชเพื่อเพิ่มทักษะแก่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น ซึ่งทางศวพ.ปัตตานีจะได้นำนโยบายดังกล่าวไปปฏิบัติต่อไป  
 
    
เมื่อวันวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 นายโสพล ทองรักทอง ผอ.สวพ.8 ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนฟาเร้น เรื่อง การลดการใช้สารเคมีด้วยชีวพันธ์, การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย, เอกสาร วอ.4 ร่วมกับ ผอ.กลุ่มถ่ายทอดเทคโนโลยี ผอ.กลุ่มควบคุมตามพระราชบัญญัติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในสังกัด โดย ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ได้แก่ สารวัตรเกษตร ,ผู้ช่วยสารวัตรเกษตร ,ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้อง เพื่อพัฒนาสู่สินค้าเกษตรได้มาตรฐาน วันที่ 20-21 เม.ย.60  
 
   
   
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 นายอุทัย นพคุณวงศ์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ตรวจเยี่ยม ศูนย์วิจัยพืชสวนยะลา อ.ธารโต โดยการต้อนรับของ ผอ.สิทธิ์ แดงประดับและเจ้าหน้าที่ การนี้ท่านรองอธิบดี นายอุทัย นพคุณวงศ์ ได้ให้นโยบายด้านการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล การรวบรวม อนุรักษ์พืชพื้นเมืองและคัดเลือกต้นลักษณะดีเพื่อขยายผลให้เป็นพืชเศรษฐกิจ พร้อมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในชายแดนใต้
     ศูนย์วิจัยพืชสวนยะลา ตั้งมาตั้งแต่ปี2497 มีพื้นที่ 1009 ไร่ งานหลักเป็นการศึกษาทุเรียน ดาหลา หน้าวัว กล้วยไม้ป่า งาน อพ.สธ. เช่น ส้มพื้นเมือง ผักพื้นบ้าน งานส่งเสริมอาชีพชายแดนใต้ เป็นต้นศูนย์วิจัยพืชสวนยะลา มีจุดเด่นพื้นที่อยู่ระหว่างขุนเขา มีอากาศหนาวเย็น มีความหลากหลายของพืชพื้นเมือง เช่น เงาะลิ้นจี่ (เนื้อเหมือนเงาะผิวเหมือนลิ้นจี่) เป็นต้น
 
   
   
   
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 นายสัตวแพทย์ธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 โดยมี นายโสพล ทองรักทอง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ผู้บริหาร สวพ.8 เจ้าหน้าในสังกัด สวพ.8 ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ สวพ.8 ได้รายงานผลการดำเนินงานตามแผนงาน ปีงบประมาณ 2560 และ งานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล/กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ หอประชุมหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ 
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ ได้ลงพื้นที่ ดูผลเมล่อนจากสวนเกษตรกฤษฎิ์สมัย แพลนเทชั่น ตำบล คอหงส์ อำเภอ หาดใหญ่ สงขลา
 
.
ภาพกิจกรรมหน้าที่   [1]  [2]  [3 [4]  [5] 
   
 
จัดทำโดย : กลุ่มประสานและบริหารนโยบาย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา
ติดต่อ : โทรศัพท์ 074-445-905-6  โทรสาร 074-445-907 Email : oard8@doa.in.th