วิสัยทัศน์ กรมวิชาการเกษตร : "เป็นองค์กรนำด้านการวิจัยและพัฒนาพืช เครื่องจักรกลการเกษตร และเป็นศูนย์บริการตรวจสอบ รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ในระดับสากล โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม " วิสัยทัศน์ สวพ.8 : "เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มุ่งสู่ความเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนา แก้ปัญหาการผลิตพืชในพื้นที่ เกิดความอยู่ดีมีสุขของชุมชน และสร้างผลการพัฒนาที่ยั่งยืน" .
 
 
.
.
    
    
  เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่8 กรมวิชาการเกษตร นำคณะ ผู้เชี่ยวชาญ ผอ.ศวพ.สงขลา และสารวัตรเกษตร ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการโรงงานผลิตปุ๋ยเคมี อินทรีย์ ในจังหวัดสงขลา โดยได้เน้นย้ำนโยบายของรัฐบาลในการดูแลปัจจัยการผลิตให้โรงงานปฏิบัติตาม กฎหมายและรักษาคุณภาพการผลิตปุ๋ยให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์ สูงสุด ซึ่งผู้ประกอบการมีความพอใจมากในนโยบายรัฐที่ให้มีการควบคุมตรวจสอบคุณภาพ ปุ๋ย แม้ปัจจุบันผลการประกอบการจะได้รับ ผลกระทบจากราคายางตกต่ำทำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบ 50% และฝากภาครัฐในการกำกับควบคุมการค้าปัจจัยการผลิตที่ไม่อยู่ในพรบ. เช่นสารปรับปรุงดินต่างๆ สำหรับมาตรการที่สวพ8 จะดำเนินการเพิ่มเติมคือการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเพื่อจะได้เข้าใจข้อ กฎหมายและสามารถปฎิบัติตามได้อย่างถูกต้อง และเห็นชอบร่วมกันว่า ควรจะมีมาตรการรับรองโรงงานคุณภาพ เช่นเดียวกับร้านจำหน่าย Q shop  
 
    
    



  เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559 ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8(สวพ.8) และ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มวิชาการ สวพ.8 กรมวิชาการเกษตร ติดตามงานโครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์ ปี 2559 จังหวัดสงขลา ในพื้นที่ ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่ง ต.รำแดงเป็นพื้นที่ตั้งของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า เกษตร(ศพก.) อ.สิงหนคร มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าว 37 ราย และจาก ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา 26 ราย ในพื้นที่ ศพก.อ.สทิงพระ โดย สวพ.8 ได้มีการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรร่วม โครงการฯ เข้าไปดำเนินการให้คำแนะนำการปลูกพืชและการปฏิบัติดูแลรักษาพืชปลูกในแปลง ที่เกษตรกรดำเนินการ โดยจะปลูกพืชเพื่อเป็นอาหาร และเป็นรายได้ ซึ่งการติดตามงานดังกล่าว ผอ.สวพ.8 ได้ให้แนวทางการทำงานโครงการ โดยให้เกษตรกรเน้นการปลูกพืชที่เป็นความต้องการของตลาด และเกษตรกรสามารถปลูกและดูแลรักษาได้ไม่ยาก แต่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องภัยแล้งที่มีในพื้นที่ ผอ.สวพ.8 ได้เน้นย้ำการจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพแปลงปลูก ปลูกพืชโดยใช้น้ำให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต ในการนี้ได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติดูแลพืชปลูก เช่น การแต่งกอและไว้หน่อกล้วยน้ำว้าให้ต้นสมบูรณ์ การปลูกกล้วยอื่น เช่น กล้วยหอมเพื่อเป็นรายได้และการปลูกมะนาวในวงบ่อ โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ทั้งในเรื่องของพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิตต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนและ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในปัจจุบัน  
 
    
 
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะผู้บริหารสวพ.8 ตรวจเยี่ยม ศพก. สงขลา พัทลุง ตรัง หลังจากที่รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนมาตรการพัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกร ตามโครงการ ศพก.882 ซึ่งได้มีการจัดอบรมเกษตรกรมาแล้วระยะหนึ่งนั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ให้นโยบายว่า "หน่วยงานจะได้ร่วมกับผู้นำเกษตรกรในการพัฒนาฐานการเรียนรู้ โดยกรมวิชาการเกษตรจะนำความรู้ด้านวิชาการถ่ายทอดให้กับผู้นำ และช่วยเติมเต็มในวิชาการที่ศพก.ยังขาดอยู่" เช่น ศพก.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา ในเรื่องการผลิตพืชฤดูแล้งในนาข้าว การผลิตปุ๋ยหมัก การผสมปุ๋ย พืชผสมผสาน ศพก อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ พัทลุง ในเรื่องมังคุดคุณภาพดี การจัดการน้ำในสวนไม้ผล การจัดการเมล็ดพันธุ์พืชไร่ ศพก.นาข้าวเสีย อ.ยาโยง ตรัง ในเรื่องพืชฤดูแล้งในนาข้าว ปุ๋ยอินทรีย์ พืชผสมผสาน เป็นต้น "ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการร่วมกันทำงานของหน่วยงานในกระทรวง เพื่อให้เกิดผลสำเร็จในภาพรวมแก่เกษตรกร"    
 
 
    
    
 
  เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จากกรมวิชาการเกษตร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน และคณะได้เดินทางมาตรวจราชการ ติดตามและร่วมวางแผนการการพัฒนาศูนย์วิจัยพืชสวนยะลาหรือที่รู้จักกันในชื่อ ศูนย์ธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา
     นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลว่าศูนย์วิจัยพืชสวนที่ธารโตแห่งนี้ตั้งมายาวนานเป็นพื้นที่มีการรวบรวมไม้ผลพันธุ์ดีไว้ โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์ดีของกรมวิชาการเกษตร และทุเรียนพื้นเมืองจังหวัดยะลา รวมทั้งพันธุ์ดาหลาหลากหลายสายพันธุ์กรมวิชาการเกษตรจึงมีเป้าหมายในการพัฒนาศูนย์แห่งนี้ ให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัย เทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งรวบรวมพันธุ์ ขยายพันธุ์ พืชสวน ไม้ผลพันธุ์ดี พืชสมุนไพรแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการพัฒนาจะร่วมกับชุมชนในการคัดเลือกและอนุรักษ์พืชพันธุ์ดีของท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถพัฒนาให้เป็นเศรษฐกิจของพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับการให้ความรู้วิชาการแก่เกษตรกร รวมทั้งเยาวชนได้รู้จักรักษาทรัพยากรพืชที่มีอยู่ในท้องถิ่น ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชสวนธารโต มีแปลงเรียนรู้ทุเรียน ดาหลา ลองกอง และผลิตพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมพันธุ์สุราษฏร์ธานี การพัฒนาศูนย์วิจัยจะช่วยในการพัฒนาการผลิตพืชสวนในพื้นที่ ซึ่งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส จะมีพื้นที่ปลูกลองลองประมาณ 1แสน4หมื่น ไร่ ทุเรียน 9 หมื่น ไร่ มังคุด 3 หมื่น ไร่ เงาะ 4 หมื่น ไร่ มะพร้าว 1แสน 5 หมื่น ไร่ มีมูลค่ารวมประมาณ 2 พันล้านบาท
 
 
    
  เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา(ศวพ.ยะลา) สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายดิเรก ตนพยอมและเจ้าหน้าที่จาก ศวพ.ยะลาได้มีการประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการ 9 หน่วยงาน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวง ซึ่งจังหวัดยะลามีการเน้นพืชปลูกที่สำคัญ เช่น ยางพารา ทุเรียน มีการนำนโยบายสำคัญมาใช้พัฒนาพืชต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีจากหน่วยงานกรมต่างๆ ทั้งในด้านการผลิตพืช/สินค้าเกษตร การจัดการดิน/น้ำเพื่อการเกษตร การแปรรูปสินค้าเกษตร การรวมกลุ่มเกษตรกร การตลาดสินค้าเกษตร เป็นต้น ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนภายใต้ ศพก. ต่างๆ โดยจะเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและผู้สนใจ ทั้งนี้ single command จ.ยะลาได้ตั้งคณะทำงานย่อยขึ้นมา เพื่อรองรับภารกิจตามนโยบายในแต่ประเด็นกิจกรรม และมอบให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในแต่ละส่วนราชการเป็นประธานคณะทำงานย่อย ซึ่งทุกหน่วยงานจะไปร่วมกันดำเนินการที่ ศพก. ทั้ง 8 แห่ง โดยเป็น ศพก.เรื่องยางพารา 5 แห่ง เรื่องไม้ผล(ทุเรียน) 2 แห่ง และเรื่องข้าว 1 แห่ง ซึ่งการประชุมหารือจะทำให้เกิดความชัดเจนในกรอบการดำเนินการ และมีทิศทางการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล    
 
    
    
    
   
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายดิเรก ตนพะยอม เป็นประธานการประชุม "คณะทำงานบูรณาการโครงการส่งเสริมอาชีพด้านเกษตร ในจังหวัดชายแดนภาคใต้" ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปัตตานี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 โดยให้นำนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร มาใช้ในการทำงาน ตามแนวทางพระราชดำริ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ผลปี 2558 อบรมเกษตรกร 16,569 คน ทำแปลงต้นแบบการผลิตพืช 19 ชนิด 79 แปลง ขยายผลเทคโนโลยีการเกษตร 1,605 ราย  
 
    
    
    
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 นำโดย นายอนันต์ อักษรศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในสังกัด ร่วมแถลงข่าวการดำเนินโครงการ "ควบคุม กำกับดูแล ปัจจัยการผลิตในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง"พร้อมเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนป้องกันปัญหาปัจจัยการผลิตที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรเป็นวงกว้าง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 8 หน่วยงานในสังกัด และคณะสื่อมวลขน เข้าร่วมฟังการแถลงข่าว ณ หอประชุมหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา จังหวัดสงขลา  
 
    
    
    
    
    
    
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ร่วมกับสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม จัดสัมมนาเชิงปฎิบัติการเรื่อง "การระดมความคิดเห็นเพื่อการพัฒนางานวิจัยด้านเครื่องจักรกลเกษตร ให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกรผู้ใช้งาน" ครั้งที่ 6 เขตภาคใต้ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง จังหวัดพัทลุง โดย ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธาน นายอนันต์ อักษรศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน มีผู้เข้าร่วมสัมมนา เป็นเจ้าหน้าที่และเกษตรกร จาก สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา จำนวน 80 คน (เจ้าหน้าที่ 44 คน เกษตรกร 36 คน) การสัมมนาแบ่งกลุ่งย่อยเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยางพาราและปาล์มน้ำมัน กลุ่มไม้ผล และกลุ่มพืชไร่/พืชผัก/่ข้าว โดยมีวัตถุประสงค์ระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลิตภาคการเกษตร เพื่อทราบถึงความต้องการการใช้เครื่องจักรกล ปัญหา และข้อจำกัด เพื่อนำไปจัดทำแผน/ยุทธศาสตร์เครื่องจักรการเกษตรต่อไป
 
    
เมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม 2558 เจ้าหน้าที่จากกลุ่มวิชาการ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8(สวพ.8) กรมวิชาการเกษตร เข้าพื้นที่และร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อบูรณาการงานศูนย์เรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ฯ 1 ใน 16 ศูนย์ของจังหวัดสงขลา จาก 882 ศูนย์ทั้งประเทศ และเป็นเกษตรแปลงใหญ่เรื่องข้าวของจังหวัดสงขลา ซึ่ง สวพ.8 ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานตามภารกิจของกรมวิชาการเกษตร ที่สามารถดำเนินการได้ในเรื่องของข้าว ได้แก่ พืชก่อนและหลังนา ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวมีการทำนาเพียงปีละครั้ง (นาปี) และมีน้ำเพื่อการเกษตรเฉพาะช่วงฤดูฝน และการร่วมงานดังกล่าว เพื่อการดำเนินงานกิจกรรมการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ประจำปี 2559 ของกรมวิชาการเกษตร ในโครงการเทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตพืช โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดสงขลาของ สวพ.8 ร่วมกับเกษตรกร ในพื้นที่ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร และตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของศูนย์เรียนรู้ฯ ทั้ง 2 พื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตพืชโดยการปรับใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงฯ เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และเพิ่มรายได้จากการทำการเกษตรตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และของรัฐบาล  
.
ภาพกิจกรรมหน้าที่   [1]  [2]  [3 [4]  [5] 
   
 
จัดทำโดย : กลุ่มประสานและบริหารนโยบาย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา
ติดต่อ : โทรศัพท์ 074-445-905-6  โทรสาร 074-445-907 Email : oard8@doa.in.th